แสงแดดแผดเผา ลมแรงปะทะหน้า ฟองคลื่นสีขาวบนน้ำทะเลสีฟ้า และกับตันของเรือสปีดโบ๊ทที่ดูเหมือนต้องการทำเวลาเต็มที่ ความเร็วของเรือให้ความรู้สึกเหมือนกำลังบิดมอเตอร์ไซค์ที่ความเร็วสัก 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตัวเรือเชิดหัวขึ้นเหมือนกำลังจะบิน แต่ก็ถูกแรงดึงดูด ดูดกลับลงมาประทะผืนน้ำ กระเด้งขึ้นกระเด้งลงวนไปมา

30 นาทีผ่านไป เรือเริ่มลดความเร็วเข้าเทียบท่าที่เกาะแรก เกาะราชา เวิ้งน้ำใสๆ ของ อ่าวปะตก คือภาพแรกที่ได้เห็นเมื่อมองกลับไปยังทางเดินเข้าเกาะ ทรายละเอียดสีขาว น้ำทะเลสีฟ้าใส ขนาบไปด้วยแหลมทรงโค้งทอดออกไปกลางทะเล ให้ความรู้สึกเหมือนถูกโอบกอดและถูกปกป้องในเวลาเดียวกัน นักท่องเที่ยวจากหลายกลุ๊ปทัวร์ต่างแยกย้ายไปทำกิจกรรมที่ตนสนใจ บ้างไปดำน้ำ บ้างไปถ่ายภาพเล่นกันสนุกสนาน รู้สึกตัวอีกทีไกด์ผู้มากด้วยอัธยาศัยก็ส่งสัญญาณบอกลูกทัวร์ว่าได้เวลาไปยังเกาะต่อไป
20 นาทีของการกระเด้งกระดอนบนเรือสปีดโบ๊ท เกาะเฮ ก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า แม้ว่าขนาดของเกาะจะเล็กกว่าเกาะราชา แต่หาดทรายนั้นยาวกว่ามาก คงเป็นเหตุผลที่ทริปทัวร์ 1 วัน 2 เกาะ เลือกที่จะให้เกาะเฮเป็นปลายทางของจุดหมาย
13.00 หนังท้องตึง หนังตาหย่อน หลังจากรับประทานอาหารที่ทางทัวร์จัดใว้ให้ และการนัดแนะ เรื่องเวลาของไกด์แล้ว ทุกคนก็กระจายตัวไปทำกิจกรรมที่ตนสนใจ ดำน้ำดูปลา อาบแดดอ่านหนังสือ เปลี่ยนชุดถ่ายภาพ หรือนอนกลนเสียงดังบนเก้าอี้ชายหาดใต้ร่มเงาต้นไม้
เกาะเฮมีชื่อเท่ๆ เป็นภาษาอังกฤษว่า Coral island อยู่ห่างจากท่าเรืออ่าวฉลองประมาณ 15 นาที ถ้าเดินทางด้วยเรือสปีดโบ๊ท หาดทรายขาวละเอียดเหยียดตัวยาวเกือบหนึ่งกิโลเมตร นักท่องเที่ยวชาวตะวันตกนิยมนอนอาบแดด บางส่วนลงเล่นน้ำ ดําน้ำสน็อกเกิ้ล จากที่ได้ยินมาที่เกาะเฮเป็นแหล่งที่อยู่ของปะการังน้ำตื้นหลายชนิด แต่ที่ได้สัมผัสกลับไม่ค่อยมีอะไรให้ดูมากนัก หรืออาจเป็นเพราะผมเลือกลงไปในจุดที่ไม่ถูกต้องนักก็เป็นได้ ความประทับใจส่วนใหญ่ของทริปนี้จึงไปอยู่ที่รอยยิ้มของคนรอบข้าง ทะเลสีฟ้า และแสงอาทิตย์แรกของฤดูร้อนปี 2563
15.50 ไกด์ผู้มากอัธยาศัยคนเดิมทำการเรียกลูกทัวร์ตามหน้าที่ เพื่อกลับขึ้นฝั่งที่เกาะภูเก็ต เวลา 1 วันเป็นช่วงเวลาที่ดูเหมือนจะสั้นไปหน่อยสำหรับผม ทำให้ตัดสินใจได้ว่า รอบหน้า คงต้องลองทริปลงเกาะ 2 วัน 1 คืนดูสักครั้ง