ปลายทางของภาพถ่ายทุกภาพ จะภาพข่าว ภาพวิว ภาพบุคคล ภาพทุกภาพล้วนมีความต้องการเผยตัวต่อผู้คนเป็นปลายทาง ภาพข่าวต้องไปประกอบรายงานข่าว ภาพถ่ายสาวต้องไปโพสลงโซเชียลเพื่ออวดกัน ความสมบูรณ์ของภาพถ่ายจึงเป็นประเด็นสำคัญก่อนที่ภาพเหล่านั้นจะเผยตัวออกสู่สาธารณะ
คำว่า จบหลังกล้อง ในความหมายของผู้เขียนคือ
ภาพที่สมบูรณ์ที่สุดและพร้อมเผยแพร่ได้เร็วที่สุด
6 ขั้นตอนให้ภาพจบหลังกล้อง
- ใช้เลนส์ที่ให้ภาพคม เปิด F ได้กว้างๆ หน่อยเพื่อ Deaf of field
- ใช้แฟลชเท่าที่จำเป็น (เพื่อทำให้แสงเคลียร์)
- วางองค์ประกอบให้ถูกต้อง
- ใช้ Profile ภาพที่ให้สีสด เช่น nikon 4×4 ใน Cannon (ให้กล้อง Process ภาพในแบบที่ต้องการ)
- พยายามถ่ายให้ภาพมีเรื่องราว (ทำได้จะเพอร์เฟค)
- สังเกตสภาพแสงตลอดเวลา
เทคนิคข้างบนเป็นวิธีที่ผู้เขียนใช้เพื่อให้ส่งงานได้เร็วในงาน Event ที่ต้องการใช้ภาพทันทีหลังจากถ่ายเสร็จหรือระหว่างถ่าย ถึงแม้งาน Evant จะคุมแสงลำบาก ยิ่งงานที่จัดทั้ง outdoor, indoor แสงยิ่งต่างกัน การมีสติและฝึกปรับค่าต่างๆ ของกล้องให้คล่อง จึงสำคัญ
ทำไมต้องจบหลังกล้อง ?
จริงๆ แล้วประเด็นนี้ขึ้นอยู่กับความเห็นส่วนตัวของช่างภาพเอง ฉะนั้นต่อไปนี้เป็นความเห็นของผู้เขียนเท่านั้น
สมมุติว่าเรากำลังไปถ่ายภาพงานแข่งรถ และผู้ว่าจ้างเราต้องการที่จะได้ภาพทันทีเพื่อประชาสัมพันธ์ แต่เราถ่ายภาพมาเผื่อแต่ง เผื่อครอป ไม่จัดองค์ประกอบให้ดีตั้งแต่ตอนถ่าย เราก็ไม่สามารถส่งภาพที่สมบูรณ์ให้กับผู้ว่าจ้างได้ มันจะแสดงออกถึงความไม่เป็นมืออาชีพของตัวช่างภาพเอง
สมมุติว่าเราออกทริปเที่ยวกางเต๊นท์นอนบนเขา ตื่นเช้ามาถ่ายวิวทะเลหมอก เสร็จปุ๊บอยากโพสเลย ง่วงนอนจะไปนอนต่อ ถ้าถ่ายมาไม่จบ รูปที่โพสก็ไม่ว้าว
แล้วทำไมต้องจบหลังกล้อง ?
ส่วนตัวคิดว่าอยู่ที่การใช้งานภาพถ่ายนั้นๆ ว่าต้องการความเร็วมากแค่ไหน เช่นภาพข่าวที่ต้องการใช้งานทันทีหลังจากถ่ายเสร็จ ช่างภาพเองต้องพยายามให้ภาพทีถ่ายมามีความสมบูรณ์มากที่สุดก่อนที่จะเผยแพร่สู่สาธารณะ